โรคหวัดเป็นโรคของอวัยวะทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัส แม้จะเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงอะไร แต่มันสามารถพัฒนาและก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ได้มากมาย ดังนั้น จึงควรรักษาเสียแต่เนิ่นๆ
ว่านหางจระเข้มีฤทธิ์ที่จะทำให้เชื้อไวรัสไข้หวัดไม่แพร่ขยายตัวอีก จึงช่วยป้องกันไข้หวัดได้ และถึงจะเป็นหวัดอยู่แล้ว เมื่อกินว่านหางจระเข้ก็จะหายได้โดยเร็ว และว่านหางจระเข้ยังช่วยรักษาอาการของไข้หวัด เช่น ไอ เจ็บคอ มีเสมหะได้ดีอีกด้วย
เคล็ดลับการรักษาด้วยว่านหางจระเข้
ใช้ใบว่านหางจระเข้ยาวประมาณ 4 ซ.ม. บดหรือขูดให้เป็นน้ำวุ้น เติมน้ำสุกอุ่น 1 แก้ว แล้วรับประทานหรือจะใส่น้ำผึ้งหรือน้ำมะนาว เพื่อเพิ่มรสชาติให้น่ารับประทานยิ่งขึ้นก็ได้ ซึ่งจะมีผลช่วยแก้อาการอักเสบที่หลอดคอและช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น
วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552
ผาแต้ม
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เป็นหน่วยงานสังกัดส่วนภูมิภาค สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในอดีตชาวบ้านท้องถิ่นทำกินในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ป่าภูผา น้อยคนนักที่จะเดินทางเข้าไปในป่าแห่งนี้ เนื่องจากมีความเชื่อว่า “ผาแต้มเป็นเขตต้องห้าม ภูผาเหล่านั้นมีความศักดิ์สิทธิ์นักเป็นภูผาแห่งความตาย ใครล่วงล้ำเข้าไปมักมีอันเป็นไปอาจเจ็บไข้ หรือเป็นอันตรายถึงชีวิต ” ปัจจุบัน พื้นที่ป่าภูผาแต้ม ได้ถูกเปิดเผยจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เมื่อคณะอาจารย์และนักศึกษาจากภาควิชามนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้มาทำการสำรวจค้นพบภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ผาแต้ม ท้องที่บ้านกุ่ม ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบกับสภาพป่าในบริเวณใกล้เคียงยังอุดมสมบูรณ์อยู่ จึงได้ทำหนังสือบันทึกจากภาควิชาฯ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2524 เสนอต่อกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ขอให้จัดตั้งป่าภูผาในบริเวณผาแต้มเป็นอุทยานแห่งชาติ กองอุทยานแห่งชาติได้บันทึกสั่งการ ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2524 ให้ นายเสงี่ยม จันทร์แจ่ม นักวิชการป่าไม้ 4 ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้า อุทยานแห่งชาติดงหินกอง (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ) ไปทำการสำรวจหาข้อมูลเพิ่มเติมผลการสำรวจปรากฏรายงาน ตามหนังสืออุทยานแห่งชาติดงหินกอง ที่ กส 0708 (ดก) /57 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2524 ว่า “ พื้นที่บริเวณที่ภาควิชามนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากรเสนอขอให้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ อยู่ในบริเวณพื้นที่ป่าภูผาปรากฏภาพเขียนสีโบราณ ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ผาแต้ม สภาพป่าบริเวณใกล้เคียงยังไม่ถูกทำลาย และมีจุดเด่นตามธรรมชาติที่สวยงาม การคมนาคมสะดวกเหมาะที่ตั้งอุทยานแห่งชาติ โดยเห็นควรผนวกบริเวณดังกล่าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติดงหินกอง ”กรมป่าไม้ จึงมีคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 1162/2524 ลงวันที่ 13 กันยายน 2524 ให้นายเสงี่ยม จันทร์แจ่ม นักวิชาการป่าไม้ 4 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ (อุทยานแห่งชาติดงหินกองเดิม) ไปดำเนินการควบคุมดูแลรักษาป่าภูผาโดยให้พิจารณาผนวกเข้ากับ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ทั้งนี้บริเวณภูผาดังกล่าวได้ถูกประกาศรวม กับบริเวณป่าใกล้เคียง ให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติดงภูโหล่นตามกฎกระทรวงฉบับที่ 603 (พ.ศ.2516) ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2526 ต่อมากรมป่าไม้ ได้พิจารณาเห็นว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่คนละส่วน และอยู่ห่างไกลกับอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ตลอดจนมีอาณาเขตกว้างขวาง เกรงว่าอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ จะดูแลไม่ทั่วถึง และเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลตาม โครงการอีสานเขียว และกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และการศึกษาหาความรู้ทางวิชาการ จึงมีคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 991/2532 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2532 ให้ นายวรพล รัตนสุวรรณ นักวิชาการป่าไม้ 5 กองอุทยานแห่งชาติ ไปดำเนินการสำรวจเพื่อจัดตั้งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูโหล่นท้องที่ อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่ 340 ตารางกิโลเมตร หรือ 212,500 ไร่ เป็นอุทยานแห่งชาติผาแต้ม และทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ด้วย กรมป่าไม้โดยกองอุทยานแห่งชาติได้นำเรื่องราวดังกล่าวนี้ เสนอต่อคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งได้มติเห็นชอบในการประชุมครั้งที่ 3/2432 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2532 ผ่านมติเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2534 และได้รับประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษหน้า 90 – 92 เล่มที่ 108 ตอนที่ 245 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2534 ให้เป็นอุทยานแห่งชาติผาแต้มเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 74 ของประเทศไทย ต่อมาได้มีคำสั่งกรมป่าไม้ ให้นายศักดิ์สิทธิ์ พลทรัพย์ศิริ เจ้าหน้าที่บริหารงานป่าไม้ 7 ทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานฯ คนที่ 2 ปัจจุบันมีคำสั่งให้นายอุทัย พรมนารี นักวิชาการป่าไม้ 7 ว ทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม
วิธีรักษาโรคหัวใจ
1. ออกแรงให้เสียเหงื่อ การได้ออกกำลังกายแบบสูญเสียพลังงานครั้งละมากๆ เช่น การออกกำลังกายที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลาอย่างรวดเร็วอย่างการวิ่ง เล่นเทนนิส หรือว่ายน้ำจะช่วยทำให้ลดการเสี่ยงต่ออาการหัวใจวายได้มากถึง 20%
2. จัดตาราง คุณกำลังยุ่งจนไม่มีเวลาออกกำลังกายรึเปล่า การออกกำลังกายช่วงสั้นๆ (ถึงแม้ว่ามันจะแค่ 15 นาที) ก็สามารถช่วยลดการเสี่ยงของโรคหัวใจได้ดีพอกับการออกกำลังกายนานๆ
3. ออกแรงเรียกกล้าม การใช้แรงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อจะช่วยสร้างสมรรถภาพให้หัวใจแข็งแรงขึ้น และมันยังช่วยให้ระบบเผาผลาญอาหารดีขึ้นอีกด้วย
4. พลังรักเร่าร้อนขึ้น การมีเซ็กซ์ ไม่ได้แต่จะทำให้คุณได้มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นขึ้นเท่านั้น แต่มันยังเป็นการออกกำลังกายแบบย่อยอีกรูปแบบหนึ่งที่มีผลมากเท่ากับการวิ่งสามนาทีเชียว
5. ลองยืดหยุ่นดูบ้าง การได้ลองเล่นโยคะหรือเทคนิคการหายใจให้ผ่อนคลายจะช่วยให้คุณต้านบ่อเกิดของโรคหัวใจได้เหมือนกัน
วิธีเปลี่ยนชีวิตแบบง่ายๆการทำงานหนักหรือมีความเครียดมากๆ ก็อาจทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงได้ คุณสามารถลดความเสี่ยงนี้ได้ด้วยวิธีง่ายๆเหล่านี้
6. หาความสุขเล็กน้อย การได้ไปนวดบ้างเป็นครั้งคราว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายขึ้น แต่มันยังช่วยลดความดันและทำให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดีขึ้นด้วย
7. คลายเครียดจากการทะเลาะ ถ้าคุณจะมีความเครียดจากการหัวเสียหรือทะเลาะกับแฟน คุณควรหาวิธีแก้ไขและพยายามไม่คิดมากกับเรื่องเหล่านี้ ผลการวิจัยจากคู่แต่งงานใหม่ พบว่าภรรยาที่ใช้ศัพท์ในแง่ลบเมื่อเล่าถึงความสัมพันธ์จะมีฮอร์โมนความเครียดมากกว่า ถ้าทิ้งไว้นานความเครียดนี้อาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจได้
8. เลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อน เคยมีการถามคู่แต่งงาน 100 คู่ให้พูดคุยถึงความสัมพันธ์ และพบว่า คู่ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงในบ้านจะมีความดันของเลือดที่พุ่งสูงกว่าคู่ที่มีสัตว์เลี้ยง แถมพวกเขายังทะเลาะและโกรธกันนานกว่าคู่ที่มีสัตว์เลี้ยงด้วย
9. ระงับความโกรธ กลุ่มคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียวและโกรธง่ายจะมีความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจมากกว่ากลุ่มคนที่ใจเย็นถึงสามเท่า
10. สร้างเพื่อนใหม่และถนอมเพื่อนเก่า การค้นคว้าแนะนำว่ากลุ่มคนที่มีการติดต่อกับเพื่อนหรือครอบครัวน้อยจะมีความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจมากกว่า 2-3 เท่า การมีคนรอบข้างคอยอยู่ให้กำลังใจก็ช่วยคุณได้ดีเหมือนกัน
11. เลิกนิสัยแย่ๆ พวกเราทุกคนรู้กันดีว่าการสูบบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะมันจะกระตุ้นให้คุณเป็นโรคมะเร็งและโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน จากการรายงานในประเทศอเมริกา 50% ของผู้หญิงวัยกลางคนที่เป็นโรคหัวใจวายจะเป็นกลุ่มที่สูบบุหรี่
12. ควบคุมความเครียด การหากิจกรรมหรือสถานที่ๆคุณสามารถทำจิตใจให้สงบและผ่อนคลายจากความเครียดเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโยคะ ฟังเพลง นั่งเล่นในสวน ทำอาหารกับเพื่อนสาวรู้ดีเรื่องอาหารการมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีน้ำหนักที่เหมาะสมกับสัดส่วนจะช่วยลดอาการเสี่ยงสามอย่างที่มีผลต่อหัวใจของคุณซึ่งก็คือคลอเลสเตอรอลสูง โรคเบาหวาน และความดันเลือดสูง
13. ลดปริมาณกาแฟ สำหรับนักดื่มกาแฟทั้งหลาย รู้หรือไม่ว่าการดื่มกาแฟถ้วยเล็กๆเพียง 2-3 แก้วต่อวันก็ส่งผลต่อความดันในเลือดได้
14. ทานอาหารบ่อยๆ แทนที่จะต้องปล่อยให้ท้องร้องเพราะลืมทานข้าวหรือทานข้าวไม่ตรงเวลา คุณควรทานอาหารให้บ่อยขึ้น การวิจัยในนิตยสาร "The New England Journal of Medicin" พบว่าการทานอาหารที่มีความมันต่ำมื้อเล็กๆแต่หลายครั้งจะช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้
15. วิตามินซีก็ช่วยได้ วิตามินซีจะเป็นตัวช่วยในการลดตัวแปรในการเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ดีทีเดียว เริ่มทานส้ม แอปเปิ้ลกันดีกว่า
16. ปริมาณอาหารที่เหมาะสม การทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม โดยเพิ่มปริมาณของผักและผลไม้ให้มีสัดส่วนเท่ากับโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตจะช่วยทำให้หัวใจของคุณแข็งแรงขึ้นได้พลังจากอาหารการทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากๆจะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้มากถึง 30% ทีเดียว
17. มะเขือเทศ ไม่เพียงแต่มะเขือเทศจะมีวิตามินมากมายช่วยไม่ให้คุณมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ แต่มันยังช่วยป้องกันไม่ให้คุณเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย
18. ธัญพืช กลุ่มคนที่เลือกธัญพืชที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตมาก เช่น ข้าวกล้อง ถั่ว หรือขนมปังที่มีเมล็ดพืช จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานและโรคหัวใจได้ดีกว่าคนที่ชอบทานแต่ขนมปังสีขาวและข้าวสารขัดสี
19. ถั่ว เป็นความจริงที่ถั่วมีปริมาณไขมันจำนวนมาก แต่มันก็เป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวและสามารถช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้ การทานถั่วเป็นอาหารว่างช่วงบ่ายก็เป็นความคิดที่ไม่เลวทีเดียว
20. ปลา ไม่ว่าจะเป็นปลาซาลมอนหรือปลาทู ต่างก็สามารถช่วยลดปัญหาเรื่องโรคหัวใจได้ทั้งนั้น เพราะว่าปลาจะมีแต่สารอาหารดีๆอย่าง โอเมก้า-3 แคลเซียม และวิตามินอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยชะลอการก่อตัวของการอุดตันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี
21. ชาเขียว การดื่มชาเขียวจะเป็นผลดีต่อร่างกายคุณจริงเพราะมันมีสารโพลีเฟนอล ที่จะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้สิ่งที่คุณควรถามคุณหมอการรอบรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆจะช่วยทำให้คุณเป็นห่วงสุขภาพของตนเอง มากขึ้น เพราะฉะนั้นคุณไม่จำเป็นต้องอายเลยถ้าอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับโรคต่างๆมากกว่า คุณควรถามคุณหมอให้มากเข้าไว้เมื่อมีโอกาส
22. อาการโรคหัวใจ ถ้าคุณมีอาการเจ็บที่ด้านบนช่องท้อง เวียนหัว และเหนื่อยฉับพลัน อย่ารีรอให้ใครมาช่วย การรู้สึกเจ็บหน้าอกก็เป็นอีกหนึ่งอาการของโรคหัวใจสำหรับผู้หญิง การศึกษาพบว่า ผู้หญิงจะได้รับการรักษาระหว่างที่มีอาการโรคหัวใจเนื่องจากมีอาการของโรคที่ไม่เหมือนกับที่พบในผู้ชาย
23. ยาแอสไพริน การศึกษายังพบอีกว่าผู้หญิงจำนวนน้อยที่จะได้รับยาแอสไพรินให้ทานหลังจากที่ได้ออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งตัวยาดังกล่าวอาจช่วยให้ไม่เกิดโรคหัวใจวายครั้งที่สองได้
24. การตรวจคลอเลสเตอรอล หลายคนอาจไม่เคยได้ตรวจสุขภาพ และไม่เคยรู้ระดับคลอเลสเตอรอลของตนเอง การตรวจสุขภาพบ้างจะช่วยทำให้คุณรู้และเข้าใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น
25. ผลสำรวจ ถึงแม้จะมีผู้หญิงมากกว่า เมื่อถูกถามให้เซ็นชื่อเพื่อเป็นวิจัยในการศึกษา การมีกลุ่มคนที่ให้ความร่วมมือในการศึกษาทำให้การแพทย์สามารถเรียนรู้และวิจัยเรื่องสุขภาพของเราได้ดีมากขึ้น
2. จัดตาราง คุณกำลังยุ่งจนไม่มีเวลาออกกำลังกายรึเปล่า การออกกำลังกายช่วงสั้นๆ (ถึงแม้ว่ามันจะแค่ 15 นาที) ก็สามารถช่วยลดการเสี่ยงของโรคหัวใจได้ดีพอกับการออกกำลังกายนานๆ
3. ออกแรงเรียกกล้าม การใช้แรงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อจะช่วยสร้างสมรรถภาพให้หัวใจแข็งแรงขึ้น และมันยังช่วยให้ระบบเผาผลาญอาหารดีขึ้นอีกด้วย
4. พลังรักเร่าร้อนขึ้น การมีเซ็กซ์ ไม่ได้แต่จะทำให้คุณได้มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นขึ้นเท่านั้น แต่มันยังเป็นการออกกำลังกายแบบย่อยอีกรูปแบบหนึ่งที่มีผลมากเท่ากับการวิ่งสามนาทีเชียว
5. ลองยืดหยุ่นดูบ้าง การได้ลองเล่นโยคะหรือเทคนิคการหายใจให้ผ่อนคลายจะช่วยให้คุณต้านบ่อเกิดของโรคหัวใจได้เหมือนกัน
วิธีเปลี่ยนชีวิตแบบง่ายๆการทำงานหนักหรือมีความเครียดมากๆ ก็อาจทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงได้ คุณสามารถลดความเสี่ยงนี้ได้ด้วยวิธีง่ายๆเหล่านี้
6. หาความสุขเล็กน้อย การได้ไปนวดบ้างเป็นครั้งคราว ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายขึ้น แต่มันยังช่วยลดความดันและทำให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดีขึ้นด้วย
7. คลายเครียดจากการทะเลาะ ถ้าคุณจะมีความเครียดจากการหัวเสียหรือทะเลาะกับแฟน คุณควรหาวิธีแก้ไขและพยายามไม่คิดมากกับเรื่องเหล่านี้ ผลการวิจัยจากคู่แต่งงานใหม่ พบว่าภรรยาที่ใช้ศัพท์ในแง่ลบเมื่อเล่าถึงความสัมพันธ์จะมีฮอร์โมนความเครียดมากกว่า ถ้าทิ้งไว้นานความเครียดนี้อาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจได้
8. เลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อน เคยมีการถามคู่แต่งงาน 100 คู่ให้พูดคุยถึงความสัมพันธ์ และพบว่า คู่ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงในบ้านจะมีความดันของเลือดที่พุ่งสูงกว่าคู่ที่มีสัตว์เลี้ยง แถมพวกเขายังทะเลาะและโกรธกันนานกว่าคู่ที่มีสัตว์เลี้ยงด้วย
9. ระงับความโกรธ กลุ่มคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียวและโกรธง่ายจะมีความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจมากกว่ากลุ่มคนที่ใจเย็นถึงสามเท่า
10. สร้างเพื่อนใหม่และถนอมเพื่อนเก่า การค้นคว้าแนะนำว่ากลุ่มคนที่มีการติดต่อกับเพื่อนหรือครอบครัวน้อยจะมีความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจมากกว่า 2-3 เท่า การมีคนรอบข้างคอยอยู่ให้กำลังใจก็ช่วยคุณได้ดีเหมือนกัน
11. เลิกนิสัยแย่ๆ พวกเราทุกคนรู้กันดีว่าการสูบบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะมันจะกระตุ้นให้คุณเป็นโรคมะเร็งและโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน จากการรายงานในประเทศอเมริกา 50% ของผู้หญิงวัยกลางคนที่เป็นโรคหัวใจวายจะเป็นกลุ่มที่สูบบุหรี่
12. ควบคุมความเครียด การหากิจกรรมหรือสถานที่ๆคุณสามารถทำจิตใจให้สงบและผ่อนคลายจากความเครียดเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโยคะ ฟังเพลง นั่งเล่นในสวน ทำอาหารกับเพื่อนสาวรู้ดีเรื่องอาหารการมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีน้ำหนักที่เหมาะสมกับสัดส่วนจะช่วยลดอาการเสี่ยงสามอย่างที่มีผลต่อหัวใจของคุณซึ่งก็คือคลอเลสเตอรอลสูง โรคเบาหวาน และความดันเลือดสูง
13. ลดปริมาณกาแฟ สำหรับนักดื่มกาแฟทั้งหลาย รู้หรือไม่ว่าการดื่มกาแฟถ้วยเล็กๆเพียง 2-3 แก้วต่อวันก็ส่งผลต่อความดันในเลือดได้
14. ทานอาหารบ่อยๆ แทนที่จะต้องปล่อยให้ท้องร้องเพราะลืมทานข้าวหรือทานข้าวไม่ตรงเวลา คุณควรทานอาหารให้บ่อยขึ้น การวิจัยในนิตยสาร "The New England Journal of Medicin" พบว่าการทานอาหารที่มีความมันต่ำมื้อเล็กๆแต่หลายครั้งจะช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้
15. วิตามินซีก็ช่วยได้ วิตามินซีจะเป็นตัวช่วยในการลดตัวแปรในการเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ดีทีเดียว เริ่มทานส้ม แอปเปิ้ลกันดีกว่า
16. ปริมาณอาหารที่เหมาะสม การทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม โดยเพิ่มปริมาณของผักและผลไม้ให้มีสัดส่วนเท่ากับโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตจะช่วยทำให้หัวใจของคุณแข็งแรงขึ้นได้พลังจากอาหารการทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากๆจะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้มากถึง 30% ทีเดียว
17. มะเขือเทศ ไม่เพียงแต่มะเขือเทศจะมีวิตามินมากมายช่วยไม่ให้คุณมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ แต่มันยังช่วยป้องกันไม่ให้คุณเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย
18. ธัญพืช กลุ่มคนที่เลือกธัญพืชที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตมาก เช่น ข้าวกล้อง ถั่ว หรือขนมปังที่มีเมล็ดพืช จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานและโรคหัวใจได้ดีกว่าคนที่ชอบทานแต่ขนมปังสีขาวและข้าวสารขัดสี
19. ถั่ว เป็นความจริงที่ถั่วมีปริมาณไขมันจำนวนมาก แต่มันก็เป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวและสามารถช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้ การทานถั่วเป็นอาหารว่างช่วงบ่ายก็เป็นความคิดที่ไม่เลวทีเดียว
20. ปลา ไม่ว่าจะเป็นปลาซาลมอนหรือปลาทู ต่างก็สามารถช่วยลดปัญหาเรื่องโรคหัวใจได้ทั้งนั้น เพราะว่าปลาจะมีแต่สารอาหารดีๆอย่าง โอเมก้า-3 แคลเซียม และวิตามินอีกมากมาย ซึ่งจะช่วยชะลอการก่อตัวของการอุดตันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี
21. ชาเขียว การดื่มชาเขียวจะเป็นผลดีต่อร่างกายคุณจริงเพราะมันมีสารโพลีเฟนอล ที่จะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้สิ่งที่คุณควรถามคุณหมอการรอบรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆจะช่วยทำให้คุณเป็นห่วงสุขภาพของตนเอง มากขึ้น เพราะฉะนั้นคุณไม่จำเป็นต้องอายเลยถ้าอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับโรคต่างๆมากกว่า คุณควรถามคุณหมอให้มากเข้าไว้เมื่อมีโอกาส
22. อาการโรคหัวใจ ถ้าคุณมีอาการเจ็บที่ด้านบนช่องท้อง เวียนหัว และเหนื่อยฉับพลัน อย่ารีรอให้ใครมาช่วย การรู้สึกเจ็บหน้าอกก็เป็นอีกหนึ่งอาการของโรคหัวใจสำหรับผู้หญิง การศึกษาพบว่า ผู้หญิงจะได้รับการรักษาระหว่างที่มีอาการโรคหัวใจเนื่องจากมีอาการของโรคที่ไม่เหมือนกับที่พบในผู้ชาย
23. ยาแอสไพริน การศึกษายังพบอีกว่าผู้หญิงจำนวนน้อยที่จะได้รับยาแอสไพรินให้ทานหลังจากที่ได้ออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งตัวยาดังกล่าวอาจช่วยให้ไม่เกิดโรคหัวใจวายครั้งที่สองได้
24. การตรวจคลอเลสเตอรอล หลายคนอาจไม่เคยได้ตรวจสุขภาพ และไม่เคยรู้ระดับคลอเลสเตอรอลของตนเอง การตรวจสุขภาพบ้างจะช่วยทำให้คุณรู้และเข้าใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น
25. ผลสำรวจ ถึงแม้จะมีผู้หญิงมากกว่า เมื่อถูกถามให้เซ็นชื่อเพื่อเป็นวิจัยในการศึกษา การมีกลุ่มคนที่ให้ความร่วมมือในการศึกษาทำให้การแพทย์สามารถเรียนรู้และวิจัยเรื่องสุขภาพของเราได้ดีมากขึ้น
โยโย่ แอฟเฟค
คนที่เกิดอาการ โยโย แอฟเฟคนี้ โอกาสที่จะเกิดโรคภัยไข้เจ็บก็จะง่ายกว่าคนที่น้ำหนักคงที่ วิธีแก้ไขโยโย่เอฟเฟคทำได้โดยการออกกำลังกาย และ ควบคุมอาหาร เพราะการออกกำลังกายนี้จะช่วยลดผลร้ายที่มีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ที่เกิดจากการที่มีน้ำหนักที่ลดลง และทำให้น้ำหนักตัวคงที่ด้วย หากคุณคนไหนที่คิดจะกินยาลดความอ้วนโดยการกินยาลดความอ้วนว่าคุณจะต้องคิดไว้เสมอว่าเอาสุขวันนี้ แล้วจะมานั่งทุกข์ในวันข้างหน้าหรือ?สำหรับคนที่เจอ โยโย แอฟเฟค เข้าแล้ว สิ่งที่ต้องจำไว้ให้ดี คือ อย่าหวนคืนไปผิดเป็นครั้งที่สอง ที่สาม ที่สี่ ทางที่ถูกคือ หันมากินแบบเพื่อสุขภาพ และออกกำลังกายสม่ำเสมอคะ ถึงแม้ว่าร่างกายจะต้องใช้เวลาปรับตัวจาก โยโย แอฟเฟค บ้างแต่ให้ใจเย็นๆ คุณควรทานให้ครบทุกมื้อ ออกกำลังกายสม่ำเสมอและเมื่อเกิดโยโย แอฟเฟค อย่าพยายามลดครั้งใหม่โดยการกินอาหารแคลอรีต่ำๆอีกนะคะ
กินแป้งยังงัย ถึงไม่อ้วน
วิธีการที่จะทำให้การกินแป้งไม่อ้วนมี 2 วิธีคือ (1) การเลือกกินแป้งและน้ำตาล ที่มีดัชนี ไกลซีมิก ต่ำ - ดัชนีนี้เป็นตัววัดว่า อาหารพวกแป้งและน้ำตาลนี้จะมีผลต่อระดับของกลูโคสในเลือดอย่างไร หากมีค่าไกลซีมิกสูงเท่าไร ระดับกลูโคสในเลือดก็เพิ่มขึ้นเร็วเท่านั้นโดยปกติ กลูโคสจะถือว่ามีค่าไกลซีมิกอยู่ที่ 100 ส่วนแป้งและน้ำตาลอื่นๆก็มีค่าน้อยลงลดหลั่นลงมา หากอาหารที่มีค่าไกลซีมิกต่ำกว่า 55 ถือว่ามีค่าไกลซีมิกต่ำ ส่วนระดับ 55-70 จัดว่ามีค่าอยู่ขั้นปานกลาง และระดับที่สูงกว่า 70 จัดอยู่ในขั้นสูงดังนั้น หากไม่อยากให้เกิดระดับกลูโคสในเลือดสูงเกินไป ก็เลือกกินแป้งและน้ำตาลที่มีค่าไกลซีมิกต่ำนั้นเอง>> แป้งและน้ำตาล ที่มีค่าไกลซีมิกสูง เช่น ขนมปัง (แม้แต่โฮลวีทที่มีวิตามินเยอะก็สูง) วัฟเฟิล แครกเกอร์ ข้าวขัดขาว มันฝรั่ง ไม่ว่าจะเป็น เฟรนฟราย หรือ อบ>> แป้งและน้ำตาล ที่มีค่าไกลซีมิกต่ำๆ เช่น พวกแป้งและน้ำตาลที่อยู่ในถั่วโดยส่วนใหญ่ น้ำตาลในผลไม้ ข้าวซ้อมมือ พาสต้า หรือ สปาเก็ตตี้ ปัญหาหลักของการทานดัชนีไกลซีมิกสูงๆ คือ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการฟอกสีและกระบวนการผลิตที่ทำให้อาหารที่มีค่าไกลซีมิกต่ำกลายเป็นอาหารที่มีค่าไกลซีมิกสูง อย่างพวกแป้งขัดขาวที่นำมาทำเป็นขนมปัง ดังนั้นไม่ถึงกับต้องงดหรือลดการทานแป้งและน้ำตาลคะแต่ให้เลือกพวกที่มีค่าไกลซีมิกต่ำเป็นหลัก(2) การออกกำลังกาย - การออกกำลังกายนี้จะไปกระตุ้นตับอ่อนให้ผลิตฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่งคือ กลูคากอน มันมีหน้าที่ในการรักษาระดับของกลูโคสในเลือดไม่ให้ต่ำเกินไป โดยการสลายไกลโครเจนที่สะสมไว้เป็นกลูโคส รวมไปถึงการเอาไขมันที่สะสมมาใช้ด้วยซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าออกกำลังกายจึงทำให้คนเราผอมลง ดังนั้นอย่ากลัวแป้งและน้ำตาลมากจนเกินเหตุนะคะ แต่ให้เราเลือกการรับประทาน และออกกำลังกายไปด้วย น้ำหนักก็ลดลงได้คะ
สำหรับแม่น้อยกว่านี้ ได้ยังงัย
แม่คือบุคคลที่ให้เกิดฉันมา
แม่เลี้ยงฉันจนฉันใหญ่
แม่มีบุญคูณต่อฉันมาก
ถ้าหนูทำอะไรผิด
หนูก็ขอโทษด้วย
แม่เลี้ยงฉันจนฉันใหญ่
แม่มีบุญคูณต่อฉันมาก
ถ้าหนูทำอะไรผิด
หนูก็ขอโทษด้วย
แนะนำตัวเอง
ชื่อ น.ส.วราภรณ์ วาปีทะ
ชื่อเล่น บี
เรียนที่ ร.ร.อาเวมารีอา
อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/3 เลขที่ 17
คติประจำใจ
จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ครูผู้สอน
คุณครูวีระชน ไพสาทย์
ชื่อเล่น บี
เรียนที่ ร.ร.อาเวมารีอา
อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/3 เลขที่ 17
คติประจำใจ
จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ครูผู้สอน
คุณครูวีระชน ไพสาทย์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)